ข้อกำหนดในการใช้บริการ
ข้อกำหนดการให้บริการฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ข้อกำหนด") กำหนดเงื่อนไขสำหรับการใช้ร้านค้าออนไลน์และบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ") ที่ให้บริการบนเว็บไซต์นี้โดย QRESTIA Inc. (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท") ผู้ใช้ที่ลงทะเบียน (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้ใช้") ต้องใช้บริการตามข้อกำหนดฉบับนี้
ข้อสำคัญสำหรับผู้ซื้อระหว่างประเทศ
อากรขาเข้า ภาษี ค่าธรรมเนียมการผ่านพิธีการศุลกากร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่รวมอยู่ในราคาสินค้าหรือค่าจัดส่ง ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ
หากผู้ซื้อปฏิเสธการชำระอากรศุลกากร หรือไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านพิธีการศุลกากร คำสั่งซื้อดังกล่าวจะถือเป็นการยกเลิกโดยผู้ซื้อ
ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจไม่คืนเงิน หรือหากมีการคืนเงิน จะคืนเฉพาะภายหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าจัดส่ง ค่าจัดส่งคืน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร ค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการโอน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
โปรดตรวจสอบกฎระเบียบด้านศุลกากรของประเทศของท่านก่อนทำการสั่งซื้อ
ข้อ 1 (การบังคับใช้)
1.1 ข้อกำหนดฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับเรื่องทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการระหว่างผู้ใช้กับบริษัท
1.2 นอกเหนือจากข้อกำหนดฉบับนี้ บริษัทอาจกำหนดคู่มือการใช้งาน นโยบายการจัดส่ง นโยบายการคืนสินค้า ข้อความแจ้งบนหน้าสินค้า และกฎเพิ่มเติมอื่น ๆ (ต่อไปนี้เรียกว่า “กฎเพิ่มเติม”) เกี่ยวกับบริการ
1.3 กฎเพิ่มเติมดังกล่าว ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกอย่างไร ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งอันเป็นสาระสำคัญของข้อกำหนดฉบับนี้
1.4 ในกรณีที่บทบัญญัติของข้อกำหนดฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับกฎเพิ่มเติมใด ๆ ให้กฎเพิ่มเติมมีผลเหนือกว่า เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 2 (การลงทะเบียนผู้ใช้)
2.1 การลงทะเบียนเพื่อใช้บริการจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อผู้สมัครยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้ ยื่นคำขอลงทะเบียนตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และบริษัทอนุมัติคำขอดังกล่าว
2.2 บริษัทอาจปฏิเสธไม่อนุมัติคำขอลงทะเบียนหากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ และไม่มีหน้าที่ต้องเปิดเผยเหตุผลดังกล่าว:
(1) ผู้สมัครให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในคำขอลงทะเบียน;
(2) คำขอดังกล่าวมาจากบุคคลที่เคยฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้มาก่อน;
(3) มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โดยฉ้อฉล การใช้สิทธิเรียกคืนเงินจากบัตรโดยมิชอบ การผิดนัดชำระเงิน การใช้บริการส่งต่อสินค้าในทางที่ผิด หรือพฤติการณ์อื่นที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสม;
(4) บริษัทเห็นเป็นอย่างอื่นว่าการลงทะเบียนไม่เหมาะสม
ข้อ 3 (การจัดการ User ID และรหัสผ่าน)
3.1 ผู้ใช้ต้องจัดการ User ID และรหัสผ่านสำหรับบริการโดยชอบและด้วยความรับผิดชอบของตนเอง
3.2 ไม่ว่าในกรณีใด ผู้ใช้จะโอน ให้ยืม หรือใช้ร่วมกันซึ่ง User ID หรือรหัสผ่านของตนแก่บุคคลภายนอกมิได้
3.3 เมื่อมีการเข้าสู่ระบบโดยใช้ชุด User ID และรหัสผ่านที่ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ บริษัทจะถือว่าการใช้งานดังกล่าวเป็นการใช้งานโดยผู้ใช้ที่ลงทะเบียนนั้น
3.4 บริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการจัดการที่ไม่เพียงพอ การใช้ในทางที่ผิด หรือการใช้โดยบุคคลภายนอกโดยมิได้รับอนุญาตของ User ID และรหัสผ่าน เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ข้อ 4 (สัญญาซื้อขาย)
4.1 สัญญาซื้อขาย (หรือสัญญาที่ระบุไว้ในข้อ 4-2) จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้ส่งคำสั่งซื้อให้แก่บริษัท และบริษัทส่งหนังสือแจ้งการยอมรับคำสั่งซื้อนั้น
4.2 แม้ภายหลังการยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว บริษัทอาจปฏิเสธการก่อให้เกิดสัญญาหรือยกเลิกสัญญาได้ด้วยเหตุอันสมควร ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสินค้าหมด ข้อผิดพลาดด้านราคา การไม่สามารถจัดหาได้ ข้อจำกัดด้านการส่งออกหรือการนำเข้า ความเป็นไปไม่ได้ในการจัดส่ง การชำระเงินล้มเหลว หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้โดยฉ้อฉล
4.3 กรรมสิทธิ์ในสินค้าจะโอนไปยังผู้ใช้ ณ เวลาที่บริษัทส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่ง
4.4 ความเสี่ยงทั้งปวงเกี่ยวกับการสูญหาย ความเสียหาย ความล่าช้า การลักทรัพย์ หรือความเสี่ยงอื่นใดที่เกี่ยวกับสินค้า จะโอนไปยังผู้ใช้ ณ เวลาที่บริษัทส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่ง เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
4.5 เหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง—including อุบัติเหตุ ความล่าช้า การสูญหาย การถูกกักไว้โดยศุลกากร หรือเหตุการณ์อื่นที่เป็นความรับผิดชอบของผู้ขนส่งหรือหน่วยงานศุลกากร—ให้จัดการตามเงื่อนไขการชดเชยของผู้ขนส่งและกฎหมายที่ใช้บังคับ
ข้อ 4-2 (การรับซื้อแทนและการนำเข้าส่วนบุคคล)
4.2.1 สำหรับสินค้าที่บริษัทมิได้มีไว้ในสต็อกและจัดหาในประเทศญี่ปุ่นตามคำขอเฉพาะรายของผู้ใช้ จะเกิดสัญญารับซื้อแทน สัญญาตัวแทนจัดซื้อ สัญญาสนับสนุนการจัดส่ง หรือสัญญาในลักษณะเดียวกัน (ต่อไปนี้เรียกว่า “สัญญารับซื้อแทน”) ระหว่างบริษัทกับผู้ใช้
4.2.2 สำหรับสินค้าตามวรรคก่อน บริษัทจะดำเนินการจัดซื้อภายในประเทศ การรับสินค้า การตรวจสอบ การบรรจุหีบห่อ การจัดเตรียมการขนส่ง การสนับสนุนขั้นตอนการส่งออก และงานประกอบอื่น ๆ ตามคำขอของผู้ใช้
4.2.3 สินค้าที่อยู่ภายใต้สัญญารับซื้อแทนรวมถึงสินค้าที่มีวัตถุประสงค์สำหรับตลาดภายในประเทศญี่ปุ่นหรือมีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นในลักษณะอื่น สินค้าดังกล่าวอาจมิได้ถูกออกแบบเพื่อใช้นอกประเทศญี่ปุ่น และบริษัทไม่ให้การรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความสามารถในการใช้งานในต่างประเทศ การติดตั้ง การเชื่อมต่อ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเข้ากันได้ของการรับรอง ภาษาแสดงผล หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องใด ๆ
4.2.4 เมื่อรับหรือใช้สินค้าที่อยู่ภายใต้สัญญารับซื้อแทนนอกประเทศญี่ปุ่น ผู้ใช้ต้องดำเนินการดังกล่าวด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเอง รวมถึงขั้นตอนการนำเข้าส่วนบุคคล การสำแดงการนำเข้า การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
4.2.5 ผู้ใช้ต้องตรวจสอบด้วยตนเองโดยอิสระเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ข้อกำหนดแรงดันไฟฟ้า ประเภทปลั๊ก กฎระเบียบวิทยุ กฎระเบียบอุปกรณ์การแพทย์ กฎระเบียบแบตเตอรี่ กฎระเบียบเกี่ยวกับใบมีดและเครื่องมือ กฎระเบียบศุลกากร และกฎหมายและข้อบังคับอื่นทั้งหมดที่ใช้บังคับของประเทศหรือปลายทางการใช้งาน
4.2.6 บริษัทอาจมิได้ทำหน้าที่เป็นผู้ขายสำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้สัญญารับซื้อแทน แม้ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะให้การสนับสนุนที่จำเป็นภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้
ข้อ 4-3 (อากรศุลกากร กฎระเบียบการนำเข้า การปฏิเสธการรับมอบสินค้า ฯลฯ)
4.3.1 ผู้ใช้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า รวมถึงอากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการบริโภค ค่าธรรมเนียมการผ่านพิธีการศุลกากร ค่าจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมการสำรองจ่าย ค่าธรรมเนียมของผู้ขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
4.3.2 หากผู้ใช้ปฏิเสธการชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว หรือไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอเกี่ยวกับการผ่านพิธีการศุลกากรจากหน่วยงานศุลกากร ผู้ขนส่ง หรือบริษัท สินค้าอาจไม่ถูกส่งมอบและอาจถูกส่งคืน เก็บรักษา กำจัด หรือริบ
4.3.3 ในกรณีปฏิเสธการชำระอากรศุลกากร ไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านพิธีการศุลกากร ปฏิเสธการรับมอบสินค้า หรือพฤติการณ์ทำนองเดียวกัน คำสั่งซื้อจะถือเป็นการยกเลิกตามความสะดวกของผู้ใช้
4.3.4 ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจไม่คืนเงิน หากมีการคืนเงิน ให้จำกัดเพียงจำนวนเงินคงเหลือภายหลังหักค่าจัดส่งไป-กลับ ค่าจัดส่งคืน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร ค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าบรรจุหีบห่อใหม่ ค่าธรรมเนียมธุรการ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอื่น ๆ
4.3.5 บทบัญญัติข้างต้นให้ใช้บังคับเช่นเดียวกันเมื่อสินค้าไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้เนื่องจากกฎระเบียบการนำเข้า การกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้าม การขาดใบอนุญาตที่จำเป็น การฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศปลายทาง การตัดสินใจของหน่วยงานศุลกากร หรือพฤติการณ์อื่นที่เป็นเหตุจากผู้ใช้หรือปลายทาง
4.3.6 บริษัทอาจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการไม่ส่งมอบอันเกิดจากการปฏิเสธการชำระอากรศุลกากรหรือการไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านพิธีการศุลกากร แจ้งและยื่นคำคัดค้านต่อผู้ประมวลผลการชำระเงิน บริษัทบัตรเครดิต และฝ่ายที่เกี่ยวข้องอื่น โดยระบุลักษณะของการไม่ส่งมอบดังกล่าวว่าเป็นการที่ผู้ใช้ไม่รับมอบสินค้า มิใช่การไม่ส่งมอบโดยบริษัท
ข้อ 4-4 (การคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า และการยกเลิก)
4.4.1 ไม่รับการคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า และการยกเลิกตามความสะดวกของผู้ใช้ เว้นแต่บริษัทได้อนุญาตไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น หรือในกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้มีสิทธิถอนตัวหรือยกเลิกตามกฎหมายที่ใช้บังคับ (ดูข้อ 4.4.6)
4.4.2 โดยไม่คำนึงถึงที่กล่าวมาแล้ว หากสินค้ามีความบกพร่องเบื้องต้นอย่างมีนัยสำคัญ มีสินค้าไม่ครบ จัดส่งผิด หรือมีความไม่เป็นไปตามรายละเอียดสินค้าที่เป็นสาระสำคัญ ผู้ใช้อาจร้องขอการคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า การจัดส่งใหม่ หรือการคืนเงินได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับสินค้า ตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
4.4.3 กรณีต่อไปนี้ โดยหลักการแล้ว ให้ยกเว้นจากการคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า หรือการคืนเงิน:
(1) ความไม่เข้ากัน ความแตกต่างด้านขนาด ความแตกต่างด้านแรงดันไฟฟ้า หรือความแตกต่างของคุณลักษณะจำเพาะ อันเกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน;
(2) การไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอากรศุลกากร ภาษี ข้อจำกัดการนำเข้า การรับรองในท้องถิ่น กฎหมายท้องถิ่น หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับปลายทาง;
(3) การปฏิเสธการรับมอบสินค้า การไม่อยู่เป็นเวลานาน ที่อยู่ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถติดต่อได้ หรือการไม่ให้ความร่วมมือในการผ่านพิธีการศุลกากรโดยผู้ใช้;
(4) สินค้าที่ได้มีการเปิดหรือใช้งานแล้ว เว้นแต่เท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันความบกพร่องเบื้องต้น;
(5) สินค้าที่หน้าสินค้า กฎเพิ่มเติม หรือข้อความแจ้ง ได้ระบุเงื่อนไขว่าไม่รับคืน ไม่ยกเลิก หรือเงื่อนไขพิเศษไว้
4.4.4 แม้ในกรณีที่บริษัทอนุมัติการคืนสินค้าหรือการคืนเงิน จำนวนเงินคืนอาจถูกลดลงตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งรวมถึงค่าจัดส่งไป-กลับ ค่าจัดส่งคืน ค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อากรศุลกากรที่บริษัทสำรองจ่าย ความเสียหายจากการไม่สามารถนำกลับเข้าสต็อกได้ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอื่น ๆ
4.4.5 ภายใต้กฎหมายญี่ปุ่น ระบบ cooling-off สำหรับการขายทางไปรษณีย์ไม่มีผลใช้บังคับกับบริการ ทั้งนี้ มิได้กระทบต่อสิทธิถอนตัวตามกฎหมายที่ผู้บริโภคใน EU และในเขตอำนาจอื่นที่มีสิทธิดังกล่าวมีอยู่ (ดูข้อ 4.4.6) นอกเหนือจากนั้น เงื่อนไขการคืนสินค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนดฉบับนี้ กฎเพิ่มเติม และคำอธิบายบนหน้าสินค้า
4.4.6 สำหรับลูกค้าในประเทศสมาชิก EU โดยไม่คำนึงถึงข้อ 4.4.1 และ 4.4.4 ท่านอาจถอนตัวจากการซื้อสินค้าที่มีสิทธิได้ภายใน 14 วันนับแต่ได้รับสินค้า โดยไม่จำต้องให้เหตุผล ตามสิทธิถอนตัวตามกฎหมายของท่าน การถอนตัวดังกล่าวจะดำเนินการตามนโยบายการคืนเงิน โดยจะคืนราคาสินค้าและค่าจัดส่งขาออกตามมาตรฐานที่ชำระไว้ขณะชำระเงิน ส่วนค่าใช้จ่ายโดยตรงในการส่งสินค้าคืนให้ลูกค้าเป็นผู้รับภาระ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการจัดส่งแบบเร่งด่วนหรือแบบที่มิใช่มาตรฐานจะไม่คืนให้
4.4.7 ไม่มีข้อความใดในข้อกำหนดฉบับนี้ที่เป็นการจำกัดหรือตัดสิทธิทางกฎหมายอันเป็นสิทธิบังคับที่ท่านอาจมีภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้บังคับ
ข้อ 5 (สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา)
5.1 ลิขสิทธิ์ สิทธิในเครื่องหมายการค้า และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นทั้งหมดในเนื้อหาใด ๆ ที่จัดให้ผ่านบริการ—including รูปถ่ายสินค้า รูปภาพ ข้อความ แบบ โลโก้ และโปรแกรม (ต่อไปนี้เรียกว่า “เนื้อหา”)—เป็นของบริษัทหรือผู้ทรงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของตน
5.2 ผู้ใช้ต้องไม่ทำซ้ำ พิมพ์ซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ ส่งต่อสาธารณะ ดัดแปลงสร้างงานต่อเนื่อง หรือใช้ประโยชน์รองจากเนื้อหาในลักษณะอื่นใดเกินกว่าขอบเขตของการใช้ส่วนตัว
ข้อ 6 (การกระทำต้องห้าม)
ผู้ใช้ต้องไม่กระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้เมื่อใช้บริการ:
(1) การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ หรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน;
(2) การกระทำที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอาญา;
(3) การกระทำที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับบริการหรือเนื้อหา;
(4) การกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ใช้อื่น ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง หรือบุคคลภายนอก;
(5) การกระทำที่ทำลาย รบกวน หรือก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่เซิร์ฟเวอร์หรือเครือข่ายของบริษัท;
(6) การใช้ข้อมูลที่ได้จากบริการในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท;
(7) การเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาตหรือความพยายามดังกล่าว;
(8) การเก็บรวบรวมหรือสะสมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อื่น;
(9) การแอบอ้างเป็นผู้ใช้อื่น;
(10) การเรียกคืนเงินโดยฉ้อฉล การอ้างสิทธิอันเป็นเท็จ การสั่งซื้อโดยมีเจตนาจะปฏิเสธการรับมอบสินค้า การสั่งซื้อโดยปกปิดวัตถุประสงค์การขายต่อ หรือการกระทำฉ้อฉลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินหรือการจัดส่ง;
(11) การกระทำที่ให้ประโยชน์แก่กองกำลังต่อต้านสังคมโดยตรงหรือโดยอ้อม;
(12) การกระทำอื่นใดที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสม
ข้อ 7 (การระงับการให้บริการ)
7.1 บริษัทอาจระงับหรือขัดจังหวะการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าแก่ผู้ใช้ หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้:
(1) การบำรุงรักษาหรือการปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการ;
(2) การให้บริการกลายเป็นการยากเนื่องจากเหตุสุดวิสัย รวมถึงแผ่นดินไหว ฟ้าผ่า อัคคีภัย ไฟฟ้าดับ การขัดข้องของการสื่อสาร ภัยธรรมชาติ โรคระบาด สงคราม การจลาจล หรือข้อจำกัดด้านการส่งออก/การนำเข้า;
(3) ความขัดข้องของคอมพิวเตอร์หรือสายสื่อสารเนื่องจากอุบัติเหตุ;
(4) การหยุดชะงักหรือความล้มเหลวของผู้ขนส่ง ผู้ประมวลผลการชำระเงิน หรือผู้ให้บริการภายนอก;
(5) บริษัทเห็นเป็นอย่างอื่นว่าการให้บริการเป็นการยาก
7.2 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้ได้รับเนื่องจากการระงับหรือการขัดจังหวะตามข้อนี้ เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ข้อ 8 (การจำกัดการใช้งานและการเพิกถอนการลงทะเบียน)
8.1 บริษัทอาจ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า จำกัดการใช้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้ใช้ หรือเพิกถอนบัญชีผู้ใช้ หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้:
(1) ผู้ใช้ได้ฝ่าฝืนบทบัญญัติใด ๆ ของข้อกำหนดฉบับนี้;
(2) ตรวจพบว่าข้อมูลที่ลงทะเบียนมีข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ;
(3) บัตรเครดิตหรือวิธีการชำระเงินอื่นที่ผู้ใช้ลงทะเบียนไว้ถูกระงับ;
(4) ผู้ใช้ไม่ชำระค่าสินค้า อากรศุลกากรที่บริษัทสำรองจ่าย ค่าธรรมเนียม หรือภาระการชำระเงินอื่น;
(5) ผู้ใช้ไม่ตอบสนองต่อการติดต่อสื่อสารจากบริษัทภายในระยะเวลาอันสมควร;
(6) มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำสั่งซื้อโดยฉ้อฉล การเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาต การใช้สิทธิเรียกคืนเงินจากบัตรโดยมิชอบ หรือการใช้โดยฉ้อฉลอื่น;
(7) บริษัทเห็นเป็นอย่างอื่นว่าการใช้บริการของผู้ใช้ไม่เหมาะสม
8.2 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้ได้รับเนื่องจากการดำเนินการตามข้อนี้ เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ข้อ 9 (การถอนการเป็นสมาชิก)
ผู้ใช้อาจถอนการเป็นสมาชิกจากบริการได้โดยปฏิบัติตามขั้นตอนการถอนการเป็นสมาชิกที่บริษัทกำหนด
ข้อ 10 (การปฏิเสธการรับประกันและการจำกัดความรับผิด)
10.1 บริษัทไม่ให้การรับประกันใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับบริการและสินค้า รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความครบถ้วน ความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน ประโยชน์ใช้สอย ความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ การไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก หรือความต่อเนื่อง
10.2 ผู้ใช้ต้องตรวจสอบและยืนยันเรื่องที่จำเป็นทั้งหมดก่อนการซื้อด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเอง รวมถึงคุณลักษณะจำเพาะของสินค้า มาตรฐาน ความเข้ากันได้ แรงดันไฟฟ้า ขนาด วัสดุ เงื่อนไขการติดตั้ง วิธีการใช้งาน ภาษาแสดงผล และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น
10.3 สำหรับสินค้าที่มีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหรือมีนัยด้านกฎระเบียบ—เช่น ใบมีด เครื่องมือ เครื่องมือไฟฟ้า สินค้าแบตเตอรี่ สินค้าที่ให้ความร้อน เครื่องสำอาง และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ—ผู้ใช้ต้องใช้สินค้าดังกล่าวตามคำแนะนำที่แนบมา คำอธิบายบนหน้าสินค้า ฉลากของผู้ผลิต และข้อมูลข้อควรระวังอื่น ๆ
10.4 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การทำงานผิดปกติ หรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการดัดแปลง การใช้ในทางที่ผิด การติดตั้งที่ไม่เหมาะสม การเชื่อมต่อที่ไม่ถูกต้อง การใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่เข้ากัน การฝ่าฝืนกฎหมายท้องถิ่น การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือการใช้นอกเหนือจากการออกแบบที่มุ่งหมายของสินค้า เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
10.5 หากบริษัทต้องรับผิดในค่าเสียหายต่อผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับบริการ ความรับผิดดังกล่าว เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้จำกัดอยู่เพียงจำนวนรวมของราคาสินค้าและค่าจัดส่งตามที่บริษัทกำหนดซึ่งผู้ใช้ได้ชำระจริงสำหรับคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องนั้น
10.6 ข้อนี้ไม่ใช้บังคับเท่าที่ถูกจำกัดโดยกฎหมายสัญญาผู้บริโภคหรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ
ข้อ 11 (การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบริการ)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยุติเนื้อหาของบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ และบริษัทไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้ได้รับอันเป็นผลจากการดังกล่าว เว้นแต่บริษัทได้กระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ข้อ 12 (การแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดการให้บริการ)
12.1 บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดฉบับนี้ได้เมื่อมีเหตุอันสมควร รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและข้อบังคับ การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบริการ หรือความจำเป็นในการดำเนินงาน
12.2 เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดฉบับนี้ บริษัทจะประกาศเนื้อหาที่แก้ไขเพิ่มเติมและวันที่มีผลใช้บังคับโดยการโพสต์บนเว็บไซต์นี้หรือด้วยวิธีการที่เหมาะสมอื่น
12.3 ข้อกำหนดที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่มีผลใช้บังคับ หากผู้ใช้ใช้บริการภายหลังวันที่มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมต่อข้อกำหนดที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว
ข้อ 13 (การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล)
บริษัทจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการใช้บริการโดยเหมาะสมตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท
ข้อ 14 (ประกาศและการติดต่อสื่อสาร)
14.1 ประกาศและการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับบริษัทให้กระทำโดยอีเมล การโพสต์บนเว็บไซต์นี้ การแจ้งเตือนผ่านแอป ผ่านผู้ขนส่ง หรือวิธีการอื่นตามที่บริษัทกำหนด
14.2 เว้นแต่ผู้ใช้ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามวิธีการที่บริษัทกำหนด บริษัทจะถือว่าข้อมูลติดต่อที่ลงทะเบียนไว้มีผลใช้ได้ และประกาศใด ๆ ที่ส่งไปยังหรือแสดง ณ ข้อมูลติดต่อนั้น ให้ถือว่าได้รับแล้ว
ข้อ 15 (ข้อห้ามการโอนสิทธิและหน้าที่)
ผู้ใช้จะโอน มอบหมาย หรือจำนำเป็นประกันซึ่งสถานะตามสัญญาหรือสิทธิหรือหน้าที่ใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดฉบับนี้ให้แก่บุคคลภายนอกมิได้ โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือล่วงหน้าจากบริษัท
ข้อ 16 (กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล)
16.1 ข้อกำหนดฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้และตีความตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น
16.2 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศไม่มีผลใช้บังคับกับบริการ
16.3 ในกรณีเกิดข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ ศาลญี่ปุ่นที่มีเขตอำนาจเหนือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทให้มีเขตอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในฐานะศาลชั้นต้น
16.4 ไม่มีข้อความใดในข้อนี้ที่ตัดสิทธิผู้บริโภคจากความคุ้มครองตามบทบัญญัติบังคับของกฎหมายแห่งประเทศที่ผู้บริโภคมีถิ่นที่อยู่ประจำอยู่ตามปกติ หรือจากสิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลแห่งถิ่นที่อยู่ของผู้บริโภค ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เช่นนั้น